ไขข้อข้องใจ! “เซาธ์เกต” เปิดใจเลือก 3 ดาวรุ่ง ลงมายิงจุดลูกโทษในเกมสุดกดดัน

“สิงโตขู่คำราม” ทีมชาติอังกฤษ จะต้องพบกับความสิ้นหวังอีกที หลังเป็นฝ่ายแพ้จุดลูกโทษต่อ อิตาลี 2-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ในเกมนัดหมายชิงแชมป์ บอลยูโร 2020 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2564

 

ทำให้พวกเขายังจะต้องรอการบรรลุเป้าหมายถัดไปในทัวร์นาเมนต์รายการใหญ่ โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาทำสำเร็จเป็นการครองแชมป์บอลโลก เมื่อปี 1966 หรือย้อนกลับไปเมื่อ 55 ปีที่แล้ว

แม้กระนั้นมีหลายเสียงวิภาควิจารณ์หลังเกมอย่างยิ่ง เกี่้ยวกับการตกลงใจของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติอังกฤษที่เลือกให้นักฟุตบอลอายุน้อยของทีมมาเป็นคนยิงจุดลูกโทษในเกมที่มีความกดดันสูง ทั้งยัง บูค้างโย่ ซาก้า (19 ปี), เจดอน ซานโช่ (21 ปี) แล้วก็ มาร์คัส แรชฟอร์ด (23 ปี) ซึ่งทั้งยังสามรายพลาดหมด

โดยหลังเกม ที่ปรึกษาวัย 50 ปี ออกมาชี้แจงถึงหัวข้อนี้ว่า “ทุกๆอย่างมันขึ้นกับผม พวกเขามิได้เสนอตัว แต่ผมเป็นคนตัดสินใจมอบหน้าที่นั้นให้พวกเขายิงจุดลูกโทษเอง โดยพิจารณาจากภาพรวมในการฝึกหัด หากคุณจะโทษใครกันแน่ คนนั้นจะต้องเป็นผม แน่นอนพวกเขาจะมิได้อยู่คนเดียว แต่เราจะอยู่ข้างเคียงเขา”

 

นอกนั้น สมัยก่อนปราการหลังสิงโตขู่คำราม ยังได้เปิดเผยถึงต้นเหตุว่าเพราะอะไรทีมก็เลยหันมาเล่นเกมรับ แล้วก็ตกลงใจสลับตัวผู้เล่นที่ช้าเอามากๆ”เราเก็บบอลกันได้ไม่ดีพอ นั่นทำให้เราเจอแรงกดดันที่มากขึ้น การดึงเกมให้ช้าลงจะทำให้พวกผู้เล่นพร้อมที่จะเล่นเกมบุก มันก็เหมือนกับการพนัน ถ้าหากเราเปิดเกมรุกแลกก่อนหน้านี้ เราก็บางทีอาจจะแพ้ในช่วงทดเวลาก็เป็นได้”

บทสรุปศึกยูโร 2020 : ผู้เล่นเยี่ยม, ดาวซัลโว, จอมแอสซิสต์, ดาวรุ่งเยี่ยม ,สถิติอื่นๆที่น่าสนใจ

หลังจากที่ อิตาลี ผงาดคว้าชัยชนะ ยูโร 2020 ถึงอังกฤษ ข้างหลังเสมอใน 120 นาที 1-1 ก่อนเอาชนะจุดโทษพิพากษา 3-2 คว้าชัยชนะมาครองเป็นยุคที่สองหลังจากเคยคว้าทำเป็นสำเร็จในปี 1968

ทางยูฟ่าได้ประกาศรางวัลต่างๆที่เกิดขึ้น ข้างหลังจบทัวร์นาเมนท์นี้ในทันที ส่วนจะมีอะไรที่น่าดึงดูดกันบ้างไปติดตามกันได้เลย

ผู้เล่นดีที่สุดของ : จานลุยจิ ดอนนารุมมา (อิตาลี)

 

นักฟุตบอลวัย 22 ปีรายนี้กำลังย้ายจาก เอซี มิลาน ไปร่วมทีม กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้โชว์เซฟสองจุดโทษสำหรับเพื่อการดวลจุดโทษของกับ อังกฤษ เมื่อคืนที่ เวมบลีย์ รวมทั้งช่วยให้ทีมของเขาคว้าชัยชนะ ยุโรป สำเร็จ เป็นครั้งแรกตั้งแต่แมื่อปี 1968

นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เฝ้าประตูคนที่สองที่ได้รับรางวัลดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นต่อจาก ปีเตอร์ ชไมเคิล ของ เดนมาร์กในปี 1992

เขาเก็บคลีนชีตได้สามนัดรวมทั้งเสียสี่ประตูใน ทัวร์นาเมนต์ จากการลงเล่นไป 719 นาที มากกว่าผู้เล่นคนอื่นๆในรายการ

ทำเนียบนักฟุตบอลดีที่สุด ศึกยูโร 7 ครั้งปัจจุบัน
– ปี 2020 : จานฝ่าจิ ดอนที่นารุมมา (อิตาลี)
– ปี 2016 : อองตวน กรีซมันน์ (ฝรั่งเศส)
– ปี 2012 : อันเดรส อิเนียสต้า (สเปน)
– ปี 2008 : ชาบี้ เอ้อร์นานเดซ (สเปน)
– ปี 2004 : ธีโอโดคอยส ซาโกราคิส (กรีซ)
– ปี 2000 : เซเนดีน ซีดาน (ฝรั่งเศส)
– ปี 1996 : มัทธีอัส ซามเมอร์ (เยอรมนี)

ดาวรุ่งดีที่สุด – เปดรี (สเปน)

 

ในเวลาที่ เปดรี มิดฟิลด์ของ สเปน จาก บาร์เซโลนา ผงาดครอบครองรางวัลดาวรุ่งดีที่สุดประจำทัวร์นาเมนต์

นักฟุตบอลวัย 18 ปีลงเล่นเกือบทุกนาทีให้กับทีมชาติของเขาข้างหลังถูกสลับตัวออกมาจากสนามในช่วงต่อเวลาพิเศษในรอบก่อนรองชนะเลิศที่เจอกับ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนหมดเวลาเพียงแค่นาทีเดียวแค่นั้น

“สิ่งที่เปดรีทำในทัวร์นาเมนต์นี้ ตอนอายุ 18 ยังไม่มีผู้ใดทำ แม้กระทั้งอันเดรส อิเนียสต้าเองก็ไม่ได้ทำแบบงั้น มันช่างเหลือเชื่อ ไม่มีใครเหมือน” หฝ่าส์ เอ็นริเก้ กุนซือกล่าว

ดาวซัลโว : คริสเตียโน โรนัลโด้ (โปรตุเกส)

 

คริสเตียโน โรนัลโด้ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติโปรตุเกส ที่ทำเป็น 5 ประตูเท่ากับ ปาตริก ชิก กองหน้าทีมชาติสาธาณเมืองเช็ก แต่ดาวเตะแดนฝอยทองทำเป็น 1 แอสซิสต์ ทำให้ โรนัลโด้ ครอบครองรางวัลดาวซัลโวประจำศึกยูโร 2020 ไปครอง

สถิติอื่นๆที่น่าดึงดูด

แข่งขันรวม 51 นัด

ยิงกันทั้งปวง 142 ประตู – เฉลี่ย 2.79 ประตูต่อเกม

ทีมที่ทำประตูเยอะที่สุด อิตาลี – 13 ประตู

คลีนชีตเยอะที่สุด อังกฤษ – 5 เกม

ครองบอลเฉลี่ยเยอะที่สุด สเปน – 66.8%

ผ่านบอลแม่นที่สุด สเปน – 89.3%

เซฟเยอะที่สุด แยน ซอมเมอร์ (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) – 21ครั้ง

สปีดเร็วที่สุด สปิที่นาซโซลา (อิตาลี) รวมทั้ง เนหรูหรา (ฮังการี) – 33.8 กม./ชม.

ทำฟาวล์เยอะที่สุด เดลานีย์ (เดนมาร์ก) – 15 ครั้ง

แรงนะเนี่ย! “กูร์กตัวส์” หลุดปากลั่น “มาร์กซิยัล” นับว่าเป็นลำแข้งดังเหรอ?

ติโบต์ กูร์กตัวส์ ผู้รักษาประตูกลุ่มชาติเบลเยียมของ เรอัล มาดริด สมาคมยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน หลุดตั้งคำถามถึง อ็องโตนี มาร์กซิยัล แนวรุกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่านับเป็นนักฟุตบอลระดับสตาร์เหรอ? ระหว่างการพูดคุยกันในรายการ Pickx กับ แยน แฟร์เกน แนวรับเพื่อนร่วมชาติ

โดยในรายการ เราร์กตัวส์ถูกแฟร์เกนถามว่า “ให้เลือกนักฟุตบอลระดับสตาร์ 3 คน ที่ไม่ได้ลงเล่นในยูโรครั้งนี้” ซึ่งเราร์กตัวส์ก็ตอบว่า “เซร์คิโอ รามอส และก็ เอ่อ.. เอ่อ..” ก่อนที่จะเขาจะหัวเราะในเชิงยอมเนื่องจากคิดชื่อเพิ่มไม่ออก

ทำให้แฟร์ทองเกนเฉลย โดยลิสต์รายนามนักฟุตบอลให้ฟัง ไล่ตั้งแต่ เอ้อร์ลิง ฮาลันด์, อ็องโตนี มาร์กซิยัล, มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเกน, เวอร์จิล ฟาน ไดค์, นิโกโล ซานิโอโล, มอยเซ คีน, เอดิน เซโก, แยน โอบลัก, มิราเลม ปานิช..

แล้วต่อจากนั้นมือกาววัย 29 ปี ได้บอกขึ้นว่า “มาร์กซิยัลเหรอ? เขาเป็นนักฟุตบอลดังเหรอ?” แล้วแล้วต่อจากนั้นอีกทั้งเราร์กตัวส์และก็แฟร์เกนก็หัวเราะพร้อมกันเบาๆ

เดือดก่อนชิงดำ! “เนย์มาร์” ของขึ้นไล่พวกแซมบ้าปันหัวใจไปตายซะ

โหมโรงก่อนศึกโคปา อเมริกา 2021 นัดหมายชิงชนะเลิศ ที่เตรียมฟาดแข้งกันตอนเช้าวันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค. 2564 เวลา 07.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย

อย่างที่แฟนบอลเข้าใจกันอยู่ ปีนี้เป็นการแข่งระหว่างคู่ชิงในฝัน คู่รักคู่แค้นนิรันดรอย่าง เจ้าของงาน ทีมชาติบราซิล พบกับ ทีมชาติอาร์เจนตินา

ล่าสุด เนย์มาร์ ซูเปอร์สตาร์ทีมชาติบราซิล ออกโรงจวกแฟนบอลเพื่อนร่วมชาติ หลังมีกระแสไม่น้อยที่ออกมาหนุนกองทัพฟ้าขาวให้คว้าแชมป์โคขว้าง อเมริกา โดยเหตุผลเพราะเป็นสาวกของ ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะจากบาร์เซโลนานั่นเอง

สำหรับจุดเริ่มเรื่องราวดังที่กล่าวถึงแล้วนี้ เกิดขึ้นเมื่อ ฟาบิโอลา อันดราเด ผู้สื่อข่าวหญิงสายกีฬาของบราซิล ออกมาแสดงจุดยืนว่าอยากให้เมสซีได้แชมป์รายการนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต โดยคุณได้โพสต์ว่า

“ก่อนจะเอาหินมาขว้างใส่ฉันในที่ส่วนรวม ฟังฉันชี้แจงก่อน ฉันรักบราซิล ฉันรักวงการบอลบราซิเลียน ใช่ ฉันมีเพื่อนพ้องชาวอาร์เจนไตน์ผู้คนจำนวนมาก แต่ฉันไม่ได้เชียร์อาร์เจนตินา ในเกมนัดหมายชิงโคขว้าง อเมริกา ฉันก็จะไม่เชียร์พวกเขา ไม่เลย แต่ฉันเชียร์เพราะฉันรักบอล รวมทั้ง ลิโอ เมสซี @leomessi ชายคนนี้ต้องได้แชมป์ในสีเสื้อทีมชาติของเขา! มันเกิดเรื่องที่เที่ยงธรรม!”

ภายหลังโพสต์ของผู้สื่อข่าวสาวดังที่กล่าวถึงแล้วได้เผยแพร่ออกไป ปรากฎว่ามีคนรักบอลไม่น้อยล้วนเชื่อตามข้อคิดเห็นของอันดราเด ซึ่งเกือบจะทั้งหมดก็บอกเหตุผลคล้ายคลึงกันโน่นคือ ชื่นชมในฝีเท้าของดาวเตะจากชาติคู่รักคู่แค้น รวมทั้งต้องการให้สมหวังเสียทีในวัย 34 ปี อีกทั้งแฟนบอลบราซิลยังขุนข้องหมองใจจากความล้มเหลวของกองทัพแซมบ้าชุดนี้มาจากบอลโลก 2018 ด้วยทำให้ล่าสุด เนย์มาร์ ถึงกับอดรนทนไม่ไหว ออกมาโพสต์ลงไอจีสตอรีในประเด็นนี้ยาวว่า

“ผมคือคนบราซิล เป็นด้วยความรักอย่างเต็มสง่า ความฝันของผมทั้งชีวิตคือการได้เล่นให้ทีมชาติรวมทั้งได้ฟังแฟนบอลส่งเสียงร้องสนับสนุน”

“ผมไม่เคยจู่โจมหรือคิดจะจู่โจมบราซิล เวลาพวกเขาแข่งใดๆก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นกีฬา, ประกวดนางงาม หรือออสการ์”

“ถ้าสิ่งนั้นคือบราซิล เพราะผมคือคนบราซิล รวมทั้งผู้ใดก็ช่างที่เป็นคนบราซิล ส่วนคนบราซิลที่มองเห็นต่างออกไป ก็ช่างเถิดนะ ผมให้ความเคารพนับถือ แต่ไปลงนรกซะเถอะ”

สำหรับ เนย์มาร์ ทำไปแล้ว 2 ประตูให้บราซิลในทัวร์นาเมนต์นี้ นัดหมายที่พบ ทีมชาติเวเนซุเอลา รวมทั้ง ทีมชาติเปรู ใน 2 เกมแรกของรายการ แล้วเขายิงไม่ได้อีกเลย แต่บราซิลก็ยังแข็งพอที่จะผ่านเข้ามาถึงนัดหมายชิงชนะเลิศ

โดยนัดหมายนี้จะเป็นครั้งแรกนับจากปี 2007 ด้วย ที่บราซิลจะได้ประจันหน้ากับอาร์เจนตินาในรอบชิงชนะเลิศ ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาบราซิลเคยเป็นแชมป์ 9 สมัย ส่วนอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ 14 สมัย รวมทั้งมีลุ้นทาบสถิติสูงสุด 15 สมัยของอุรุกวัยในวันพรุ่ง

เบื้องหลังเหตุการณ์อีริคเซ่น เมื่อการถึงแก่กรรมของโฟเอ้ ช่วยเซฟชีวิตเพื่อนร่วมอาชีพรุ่นลูก

วินาทีที่ คริสเตียน อีริคเซ่น สลบและล้มลงสู่พื้น และต้องได้รับการปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน อาจจะส่งผลให้ภาพเรื่องราวความสูญเสียในอดีต ถอยกลับเข้ามาในความคิดของเหล่าแฟนบอล

มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ คงจะเป็นเคสแรกๆที่คนจำนวนไม่น้อยจำได้ดี ภาพที่เขาสลบล้มลงกึ่งกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จนกระทั่งต้องถูกแบกออกไปรักษาพยาบาลเบื้องต้นข้างสนาม แต่ว่าสุดท้ายก็ไม่บางทีอาจช่วยชีวิตของเขาเอาไว้ได้เสร็จ จนกระทั่งความสูญเสียดังที่ได้กล่าวมาแล้ว กลายมาเป็นรอยด่างพร้อยปฏิบัติงานแข่ง ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003

แต่ว่าการสูญเสียในคราวนั้น ก็ได้แผ้วถางทางสู่อนาคตสำหรับเพื่อการช่วยชีวิตนักฟุตบอลในสนาม

แข็งแค่ไหนก็ล้มได้

หากว่านักเตะอาชีพ จะเป็นฝูงชนที่มีสุขภาพดีดี วิ่งเต็มดูดได้ตลอดทั้ง 90 นาทีที่อยู่ในสนาม กลับมีผู้เล่นมากกว่า 100 คน ที่เคยล้มลงกึ่งกลางสนาม ซึ่งมากกว่าครึ่งนั้น มิได้โชคดีเหมือนกันกับกองกลางของดินแดนโคนมรายนี้

หนึ่งในเรื่องที่คนจำนวนไม่น้อยจำได้ดี เป็นรายของ มาร์ก-วิเวียน โฟเอ้ กองกลางตัวรับวัย 28 ปี ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ร่วมทัพทีมชาติแคเมอรูน ลงเตะใน ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2003 ที่ประเทศฝรั่งเศส
โฟเอ้ ลงเล่นในแมตช์ที่ แคเมอรูน เอาชนะ บราซิล กับ ตุรกี ไปได้ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะได้พักในเกมที่พบกับ สหรัฐอเมริกา และกลับมาเป็น 11 ตัวจริงในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งต้องเจอหน้ากับ โคลอมเบีย ที่สนาม สตาด เดอ แฌร์ล็อง เมืองลียง

แมตช์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วดำเนินมาถึงนาทีที่ 72 อยู่ๆโฟเอ้ ก็ล้มลงกึ่งกลางสนามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่มีผู้ใดอยู่รอบตัวตัวเขาเลย

ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกม และเรียกให้ทีมหมอเข้ามารักษาพยาบาลเบื้องต้นเขาในสนาม ก่อนที่เขาจะถูกแบกออกมาปั๊มหัวใจที่ข้างสนาม แล้วส่งไปรับการรักษาที่ศูนย์การแพทย์ของ สตาด เดอ แฌร์ล็อง แต่ว่าหลังบากบั่นกู้ชีพอยู่เป็นเวลายาวนานกว่า 45 นาทีก็ไม่เป็นผล เขาเสียชีวิตลงหลังจากนั้น

วินฟรีด เชเฟอร์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาติ แคเมอรูนในขณะนั้น กล่าวมาว่าเขาปรารถนาเปลี่ยนตัว โฟเอ้ ออกจากสนามก่อนหน้านั้น เนื่องจากว่าหมดทั้งตัวเขาและทีมหมอ มีความคิดเห็นว่ามิดฟิลด์รายนี้มีอาการล้า และเคลื่อนได้ช้าลง แต่ว่าเจ้าตัวยังปรารถนาเล่นต่อ เพื่อช่วยให้ทีมชาติของเขาไปสู่รอบชิงชนะเลิศให้ได้

แมรี่-หลุยส์ โฟเอ้ เมียของดาวเตะรายนี้ กล่าวว่ากองกลางจาก แมนฯ ซิตี้ มีอาการท้องเสียมา 2-3 วันแล้ว รวมทั้งมีปัญหากับกระเพาะอาหารของเขาด้วย แต่ว่าเจ้าตัวยังคงการันตีที่จะลงเล่นให้กับทีมต่อ โฟเอ้ เสียชีวิตต่อหน้าต่อตาเมียของเขา ที่เข้ามารับชมเกมข้างสนามในนัดนั้น

ผลของการชันสูตรพลิกศพของมิดฟิลด์รายนี้ พบว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจดก หรือ Hypertrophic Cardiomyopathy ซึ่งโรคดังที่ได้กล่าวมาแล้วมีโอกาสเกิดขึ้นกับทุก 1 ใน 500 คนทั้งโลก พบได้มากได้บ่อยมากในผู้ที่มีสุขภาพดี และเป็นต้นเหตุการเสียชีวิตชั้น 1 ของผู้สูงอายุน้อยกว่า 35 ปี

หัวข้อก็คือ โฟเอ้ มีโอกาสรอดตายด้วยซ้ำ แม้ได้รับการปฐมพยาบาลที่ถูกอย่างทันตามเวลา แต่ว่าขณะนั้น แทบจะไม่มีผู้ใดคาดคิดว่านักฟุตบอลที่มีสุขภาพดีแบบนี้ อยู่ดีๆจะล้มครืน จนกระทั่งขั้นเสียชีวิต

โน่นจึงทำให้ ฟีฟ่า ตกลงใจยกเครื่องทางการแพทย์ใหม่ทั้งผอง เพื่อไม่ให้เรื่องราวดังที่ได้กล่าวมาแล้วเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง

ชีวิตต้องมาก่อน

หลังจากเคสของโฟเอ้ สิ่งแรกที่ถูกเอามาเอ่ยถึง เป็นอาการหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน หรือเรียกแบบย่อว่า SCA (Sudden Cardiac Arrest) ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเมื่อ และทุกหนแห่ง โดยไม่แบ่งแยกว่าคุณจะมีร่างกายที่แข็งแรงแค่ไหนก็ตาม
ฟีฟ่า ปรารถนาค้ำประกันว่าผู้ที่มีการเกี่ยวข้องกับแวดวงฟุตบอลต้องเข้าใจหัวข้อดังที่ได้กล่าวมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับข้าราชการหมอ ที่จำต้องเข้ารับการฝึกอบรมขั้นตอนสำหรับเพื่อการช่วยชีวิต แม้พบผู้เล่น หรือผู้ตัดสินเจออาการ SCA ขึ้น

แม้ผู้เล่นล้มลงไปกับพื้น โดยไม่มีการประจันหน้ากับผู้เล่นรายอื่น และไม่สนองตอบหรือสลบไป ทีมหมอสามารถวิ่งลงไปช่วยเหลือได้ทันที โดยไม่ต้องรอผู้ตัดสินเป่านกหวีดอนุญาต

เนื่องจากว่าพวกเขาอาจมีเวลาเพียง 2 นาที ภายหลังที่นักฟุตบอลล้มลงไป ที่จะต้องปั๊มหัวใจเพื่อทำ CPR และใช้เครื่อง AED นำกระแสไฟไปกระตุ้นหัวใจให้เต้นตามจังหวะปกติ เนื่องจากว่ายิ่งผ่านเวลาไปนานเยอะแค่ไหน ช่องทางสำหรับเพื่อการรอดตายก็ยิ่งเลือนรางลงไป

ในกรณีของ โฟเอ้ ไม่มีผู้ใดทำ CPR ให้เขาเลย ถึงแม้เขาจะสลบไปเป็นเวลายาวนานกว่า 6 นาทีแล้ว ถึงแม้เจ้าตัวจะมีอาการตาเหลือก และไม่สนองตอบก็ตาม บางทีอาจเนื่องจากว่าแทบจะไม่เคยปรากฏเลยว่ามีในกรณีที่นักเตะเกิดหัวใจหยุดเต้นกระทันหัน ระหว่างกำลังลงเล่นอยู่ในสนาม

แต่ว่าโน่นก็ทำให้ทีมหมอ ผู้ตัดสิน สตาฟ และผู้เล่นต่างๆได้รู้จะกับการเสี่ยงที่บางทีอาจย่างกรายมาหาพวกเขาได้ทุกเมื่อ ทำให้หลายทีมเริ่มมีการเตรียมความพร้อมเยอะขึ้น ด้วยเครื่องมือหมอที่พร้อมกว่าเดิม รวมถึงกำหนดให้เครื่อง AED ควรจะมีประจำอยู่ทุกสนาม ไม่ว่าจะเป็นระหว่างแมตช์แข่งจริง หรือระหว่างการฝึกฝนก็ตาม

ในปี 2006 ฟีฟ่า ได้เพิ่มมาตรการตรวจเช็คร่างกายของนักฟุตบอลทุกคนก่อนเริ่มเกม เพื่อตรวจดูความผิดปกติของหัวใจ หากว่าพวกเขาไม่บางทีอาจตรวจพบทุกความผิดปกติได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ว่าก็เพียงพอที่จะคัดเลือกกรองความพร้อมของผู้เล่นในระดับหนึ่ง
และในปีเดียวกันนั้น ทางพรีเมียร์ลีก ก็ได้ยกระดับทางการแพทย์ขึ้นไปอีกขั้น หลัง ปีเตอร์ เช็ค ผู้รักษาประตูของ เชลซี ได้รับบาดเจ็บกะโหลกศีรษะร้าว จากการประจันหน้ากับเข่าของ สตีเฟ่น ฮันต์ จนกระทั่งขั้นสลบ และต้องนอนรอรถพยาบาลในห้องแต่งตัวนานถึงครึ่งชั่วโมง

มั่งคั่งสุดในแวดวง! สื่อเผยอาชีพหลักของ “ไคเปอร์ส” เปานัดชิงฯยูโร 2020

เดลี เมล สื่อดังของประเทศอังกฤษแถลงการณ์ว่า บียอร์น ไคเปอร์ส (Bjorn Kuipers) ผู้ตัดสินจากเนเธอร์แลนด์ที่จะลงปฏิบัติหน้าที่ในนัดหมายชิงดำยูโร 2020 วันอาทิตย์นี้ เป็นกรรมการลูกหนังที่มีฐานะมั่งมีที่สุดในโลก

สื่อดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วบอกว่า ท่านเปาชาวฮอลล์แลนด์มีเงินทองส่วนตัวค่าราว 11.5 ล้านปอนด์ (ราว 520 ล้านบาท) เมื่อปี 2016 โดยเจ้าตัวเป็นผู้ร่วมจัดตั้งขึ้นซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีชื่อว่า จัมโบ (Jumbo) ในดินแดนกังหันลม หลังมีดีกรีปริญญาตรีด้านการบริหารธุรกิจ ตั้งแต่สมัยหนุ่มแน่นจากมหาวิทยาลัยรัดเบาด์ ในเมืองไนจ์เมเกน

 

ไคเปอร์ส วัย 48 ปี เริ่มต้นอาชีพเชิ้ตดำลูกหนังตั้งแต่ปี 2002 ก่อนขึ้นชั้นเป็นผู้ตัดสินระดับแถวหน้าของยูฟาตั้งแต่ปี 2009 โดยผ่านการลงตัดสินในบอลโลก รอบท้ายที่สุด มาแล้ว 2 สมัย แล้วก็ศึกยูโร รอบท้ายที่สุดอีก 3 สมัย ซึ่งแรงบันดาลใจในอาชีพนี้ของเจ้าตัวคือป๊ะป๋า ที่เคยเป็นผู้ตัดสินบอลในระดับครึ่งหนึ่งอาชีพนั่นเอง

สำหรับ นัดหมายชิงชนะเลิศยูโร 2020 ระหว่าง ทีมชาติอังกฤษ เจอ ทีมชาติอิตาลี นี้จะถือเป็นอีกเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของไคเปอร์ส หลังเคยตัดสินนัดหมายชิงชนะเลิศเกมระดับสมาคมในถ้วย ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก (2017) แล้วก็ ยูฟา ยูโรปา ลีก (2013, 2018) มาแล้ว

 

ส่วนในศึกยูโรครั้งนี้ ไคเปอร์สลงปฏิบัติหน้าที่ไปแล้ว 3 นัดหมาย โดยแบ่งเป็นรอบแบ่งกลุ่ม 2 นัดหมาย แล้วก็รอบ 8 ทีมท้ายที่สุดอีก 1 นัดหมาย ซึ่งในเกมนัดหมายชิงชนะเลิศนี้ ไคเปอร์สจะได้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ ซานเดอร์ ฟาน โรเกล แล้วก็ เออร์วิน เซนสตรา ในฐานะผู้กำกับเส้น โดยมี คาร์ลอส เดล เซร์โร ชาวสเปนเป็นผู้ตัดสินที่ 4

ตัดเกรด นักฟุตบอลกลุ่มชาติอังกฤษ เกม เชือด เดนมาร์ก 2-1 ทะลุชิงศึกยูโร 2020

บอล ยูโร 2020 รอบ 4 ทีมสุดท้าย
คืนวันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2021

อังกฤษ 2-1 เดนมาร์ก

สนาม: เวมบลีย์ (ลอนดอน อังกฤษ)

คะแนนนักฟุตบอล ทีมชาติอังกฤษ

จอร์แดน พิคฟอร์ด – 6/10
วันนี้แทบไม่พบบททดลองเท่าไรนัก แต่ดูเห็นได้ชัดว่าวันนี้ฟอร์มหลุดไปพอสมควรโดยยิ่งไปกว่านั้นในตอนที่จะต้องเล่นบอลกับพื้น รวมทั้งการออกบอลดูปราศจากความมั่นใจและก็ขาดความแม่นยำไปๆมาๆกอย่างยิ่งจริงๆ

จอห์น สโตนส์ – 7.5/10
เกมรับปฏิบัติภารกิจได้อย่างเข้มแข็งในวันนี้ มีจังหวะเข้าสะกัดรวมทั้งบล็อคลูกยิงสวยๆบ่อย

แฮร์รี แม็คไกวร์ – 7.5/10
เหมือนกันกับ สโตนส์ ที่เกมรับเล่นได้อย่างเหนื่ยวแน่น แถมยังได้โอกาสได้เพิ่มเติมขึ้นไปโขกลุ้นทำประตูบ่อย ครองบอลเหนี่ยวแน่น ออกบอลถูกต้อง ไม่มีข้อผิดพลาดให้เห็นเลย

ไคล์ วอล์เกอร์ – 7.5/10
เป็นอีกผู้ที่เด่นเป็นอย่างมากในเกมรับ แม้วันนี้จะแทบไม่ได้เพิ่มเติมขึ้นสูง แต่การเฝ้าเกมรับทางกราบขวารวมทั้งการหุบเข้ามาช่วยกึ่งกลางทำได้อย่างไร้ที่ติในเกมวันนี้

ลุค ชอว์ – 7.5/10
มีหน้าที่ออกจะมากสำหรับการเพิ่มเติมเกมรุก ค่อยต่อบอลประสานงานกับเพื่อนพ้องร่วมทีมทางกราบซ้าย ได้ช่องเพิ่มเติมขึ้นลุ้นเปิดในกรอบจุดโทษสร้างโอกาสให้ทีมได้อยู่บ้างเหมือนกัน

ดีแคลนลาน ไรซ์ – 7/10
ครึ่งแรกบทบาทจะย้ำไปทางเกมรับด้วยการยืนต่ำประคองคู่เซ็นเตอร์ แต่ในตอนช่วงหลังได้โอกาสเพิ่มเติมเกมขึ้นสูงมากขึ้นช่วยต่อบอลเชื่อมเกมบริเวณกลางสนามได้ออกจะดี

ค้างลวิน ฟิลลิปส์ – 7/10
ตอนครึ่งแรกบทบาทกับเกมออกจะน้อย แต่ภายหลังที่ทีมมานะเปิดเกมบุกก็พอเพียงจะมีหน้าที่สำหรับการช่วยต่อบอลกับทีมอยู่บ้าง เล่นออกจะแน่นอน เอาชัวไว้ก่อนตลอด 120 นาที

เมสัน เมานท์ – 6.5/10
ได้โอกาสได้เล่นกับบอลอยู่บ้าง ค่อนเชื่อมเกมในแดนหน้า แต่วันนี้บทบาทถือว่าไม่เด่นเท่าไรนัก

จำผมมิได้หรอ? “โบนุชชี่” ถึงกับเหวอ “การ์ดสนาม” ไม่ให้กลับเข้าสนาม

กลายเป็นคลิปเรียกรอยยิ้มในทันทีกับจังหวะข้างหลังเกมที่ กลุ่มชาติอิตาลี เป็นฝ่ายเอาชนะ กลุ่มชาติสเปน สำหรับการดวลจุดลูกโทษ 4-2 ผ่านเข้าสู่รอบชิงแชมป์ สำหรับการชิงชัย ฟุตบอลยูโร 2020 เสร็จ เมื่อคืนนี้วันอังคารที่ 6 ก.ค. ก่อนหน้านี้

โดยข้างหลังเกมจบลง บรรดานักฟุตบอลอิตาลี ได้รวมตัวกันวิ่งไปฉลองกับแฟนบอลบริเวณข้างหลังประตู แม้กระนั้นในรายของ เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ปราการหลังรุ่นเก๋าของกลุ่มเก็บอารมณ์ไม่อยู่ได้วิ่งออกไปเมืองนอกสนามเพื่อเฮกับแฟนบอลบนอรรธจันทร์

ซึ่งข้างหลังเจ้าตัวฉลองกับแฟนๆเสร็จ ปราการหลังวัย 34 ปี จะเดินกลับเข้าสนามอีกรอบ แม้กระนั้นเจ้าหน้าที่สนามกลับจำเขามิได้เนื่องจากมีความรู้สึกว่าเป็นแฟนบอลที่กระโจนลงมาร่วมฉลองด้วย ทำให้เจ้าตัวถึงกับงงมากทีเดียว ก่อนที่เจ้าตัวจะชี้แจงแล้วก็เดินกลับสู่สนามได้อีกรอบ

สำหรับ “ทัพอัซซูร์รี่” สามารถทะลุผ่านไปชิงแชมป์ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ได้เป็นยุคที่ 4 โดยจะเข้าไปรอพบกับผู้ชนะระหว่าง อังกฤษ กับ เดนมาร์ก ที่จะลงทำชิงชัยกันในคืนวันนี้

ขอพักเรื่องบอล! “โรนัลโด้” พาครอบครัวล่องเรือยอร์ชลำใหม่ราคา 245 ล้าน

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงกัปตันทีมชาติโปรตุเกส ที่จบภารกิจในการแข่งขันบอล ยูโร 2020 ข้างหลังชาติรกรากของตนเป็นข้างแพ้ให้กับ เบลเยียม 0-1 หยุดป้ายในการแข่งขันแค่เพียงรอบ 16 ทีมท้ายที่สุด เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา

ล่าสุด จอมบุกซุปตาร์วัย 36 ปี ได้โพสต์ภาพครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาที่อยู่ร่วมเฟรมกับ จอร์จิน่า โรดริเกวซ ภรรยาสาวคนงาม แล้วก็ลูกๆทั้งยัง 4 คน กำลังล่องเรือยอร์ชหรูอยู่ในสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมด้วยใจความ “มันถึงเวลาต้องพักกับคนที่ผมรัก”

ถือเป็นการเข้าสู่ช่วงพักผ่อนข้างหลังต้องกรำศึกหนักลงแข่งขันมาอย่างสม่ำเสมอทั้งปี อย่างไรก็ตามอีกสิ่งหนึ่งที่บรรดาสื่อใหญ่พากันสนใจก็คือ เรือยอร์ชสุดหรูลำใหม่ของเจ้าตัวที่พึ่งทุ่มเงินสูงถึง 5.5 ล้านปอนด์ (ราวๆ 245 ล้านบาท) มาถือครองเมื่อปีที่ล่วงเลยไปนั่นเอง

โดยเรือลำนี้ก็คือ Azimut Grande เรือสำราญลำหรูยาว 88 ฟุต จัดตั้งด้วยเครื่องจักร 1,900 แรงม้าสองตัว สามารถทำความเร็วได้ถึง 28 นอต ทำจากคาร์บอนเส้นใยที่มีน้ำหนักมากถึง 93 ตัน ภายในมีห้องพักขนาดใหญ่ 5 ห้อง ให้ความรู้ความเข้าใจสึกราวกับการเข้าพักในเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ระดับ 5 ดาว ซึ่งทุกห้องจัดตั้งด้วยเครื่องปรับอากาศ แล้วก็บริการ Wi-Fi

นอกเหนือจากนั้นยังมั่งคั่งด้วยความสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็น สุขา 6 ห้อง, ห้องครัวที่นำสมัย, ห้องทานอาหารสุดหรู รวมถึงบนดาดฟ้าเรือมีเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับช่วยในด้านสำหรับอำนวยความสะดวกครบถ้วนทั้งยังเลานจ์ขนาดใหญ่, อ่างจากุชชี่น้ำร้อน แล้วก็พื้นที่พักผ่อน 2 แห่ง เหมาะสมกับเหล่าลูกๆของเขาเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับที่ผ่านมาครอบครัวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ชอบใช้ขณะในการพักผ่อนด้วยการลวงงเรือนอกริมตลิ่งท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆในแถบยุโรป เพราะว่ามันทำให้พวกเขาสามารถหลีกลี้ความอลหม่านในเมืองได้อย่างดีเยี่ยม

วูล์ฟส์ ยืม “ตรินเกา” จากบาร์ซ่า เสริมทัพ

วูล์ฟหมูแฮมป์ตัน คว้าตัว ฟรานซิสโก้ ตรินเกา มิดฟิลด์ดาวรุ่งบาร์เซโลนา ด้วยสัญญายืมตัวจนกระทั่งจบฤดูกาลหน้า

วูลฟ์หมูแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เซ็นสัญญายืมตัว ฟรานซิสโก้ ตรินเกา ตัวรุกดาวรุ่งชาวโปรเหม็นตุกีสจาก บาร์เซโลนา เป็นที่เรียบร้อย

เว็บไซต์ของชมรม วูลฟ์หมูแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ประกาศรับรองการเซ็นสัญญากับ ฟรานซิสโก้ ตรินเกา ปีกดาวรุ่งกลุ่มชาติโปรตุเกสมาจาก บาร์เซโลน่า ด้วยสัญญายืมตัวตลอดฤดูกาล 2021-22 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตรินเกา ย้ายไปสู่ถิ่น โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม ด้วยสัญญายืมตัวหนึ่งฤดูกาล พร้อมเงื่อนไขเซ็นสัญญาถาวรต่อไป โดย สกายสปอร์ต สื่ออังกฤษ คาดคะเนว่าตัวเลขการย้ายกลุ่มอยู่ที่ 25 ล้านปอนด์

ดังนี้ ตัวรุกชาวโปรตุเกสวัย 21 ปี ย้ายจากบราก้าไปร่วมกลุ่ม “บาร์ซ่า” เมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวราว 31 ล้านยูโร พร้อมสัญญาในถิ่นคัมป์ นูถึงปี 2025 และค่าฉีก 500 ล้านยูโร

ฤดูกาลที่แล้วเขาได้โอกาสลงเล่นให้บาร์ซ่าถึง 41 นัดหมายทุกรายการ แต่เป็นตัวจริงเพียงแต่ 9 นัดหมาย ผลงานยิง 3 ประตู 2 แอสซิสต์